ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการควบคุมใจของเราเอง มันอาจจะยากเพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ทั้งความคาดหวัง ทั้งอารมณ์ เราจะโมโหถ้าลูกไม่เป็นในสิ่งที่เราอยากให้เป็น เรากังวลว่าเขาจะเป็นเด็กก้าวร้าว เด็กเอาแต่ใจ กลัวว่าตัวเองจะเลี้ยงลูกได้ไม่ดี รู้สึกผิด ความคิดเหล่านี้จะรบกวนให้เราไม่นิ่ง
มุมมองเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรามองว่านี่คือความล้มเหลว รู้สึกมีอารมณ์ ทำให้เรารู้สึกโกรธ รู้สึกผิดหวัง สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราปฏิบัติตัวออกมาได้ไม่ดี
ที่มาของปมพ่อแม่ก็มาจากความคาดหวังทั้งนั้น คาดหวังจากตัวเอง และในตัวลูก เราอยากให้ลูกเป็นเด็กเรียบร้อย พูดเพราะ น่ารักว่าง่าย พูดอะไรแล้วทำตาม พูดคะพูดขาตลอด มันมีความน่ารักติดอยู่ในหัวของเราตลอดเวลา ซึ่งในความจริงเด็กทุกคนไม่ได้เกิดมาเป็นแบบนั้น หมอคิดว่าความเข้าใจความหลากหลายของมนุษย์ เข้าใจว่าเขามีคาแรคเตอร์ต่างกัน มันอาจจะไม่ใช่แบบที่เราชอบ แต่มันจะไปได้ดีในเส้นทางของเขา ปล่อยความคาดหวัง มันก็ช่วยลดปมให้คลี่คลายได้
และเพื่อไม่ให้ปมเหล่านี้ถูกส่งต่อไปถึงรุ่นลูก เราต้องมีสติ รู้ตัว พ่อแม่ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่เลี้ยงดู การเป็นพ่อแม่มันเข้าไปจัดการความคิดของเราได้เยอะพอสมควร ตั้งแต่เราคิดว่าเราจะมีลูกเพื่ออะไร พ่อแม่บางคนมีลูกเพื่อเลี้ยงตัวเองยามแก่ ถ้าตั้งเป้าแบบนี้พ่อแม่เตรียมตัวรับความผิดหวังได้เลย ถ้าลูกเกิดเรียนไม่เก่งขึ้นมา หรือโตมาเขาอยากทำอะไรตามใจตัวเองไม่มีเวลาดูแล เราพร้อมที่จะรับความผิดหวังไหม
ดังนั้นแค่การตั้งเป้าว่าอยากให้เขามาเลี้ยงดูนี่ก็เป็น pain point แล้ว เราควรจะสร้างชีวิตหนึ่งเพื่อให้อะไร เพื่อให้เขารับใช้ชีวิตตัวเองหรือรับใช้เรา การที่เรามีความสุขจากการได้ดูแล ได้เลี้ยงดู มันก็พอเป็นคำตอบได้อยู่แล้ว ส่วนการที่เขากลับมาดูแลเรายามแก่นี่คือกำไร
แพทย์หญิงจิราภรณ์ อรุณากูร หรือ หมอโอ๋ เจ้าของเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน ชวนพ่อแม่เรียนรู้ที่จะอยู่กับลูก เข้าใจในความ ‘ไม่สมบูรณ์แบบ’ ของมนุษย์ ในบทความ “ไม่ต้องมีพ่อแม่ที่ดี มีแค่พ่อแม่ที่ธรรมดา”